บทที่ 10 ช่วยแล้วก็เอาให้สุด

บทที่ 10

ช่วยแล้วก็เอาให้สุด

ฟ้าใสยืนคว้างอยู่กลางห้อง มองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ ที่นี่กว้างกว่าห้องพักที่เธอเคยอยู่เสียอีก แต่กลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นใจ ก่อนจะก้มมองเสื้อผ้าของตัวเอง แล้วถอนหายใจเบา ๆ

เธอมีเสื้อผ้าติดตัวมาเพียงชุดเดียวที่ใส่อยู่ตอนนี้ ส่วนเสื้อผ้าที่เหลือไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียว เพราะทุกอย่างอยู่ที่หอพัก

ฟ้าใสกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดี เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

ก๊อก...ก๊อก...

เธอสะดุ้ง ก่อนเสียงทุ้มคุ้นหูจะดังผ่านประตูเข้ามา

“ฉันเอง เปิดประตูก่อน”

ฟ้าใสรีบเดินไปเปิดประตูทันที เมื่อเห็นกระทิงยืนอยู่หน้าห้องก็เอ่ยถามอย่างแปลกใจ

“คุณกระทิงมีอะไรอีกหรือเปล่าคะ”

“มีสิ”

เขาตอบสั้น ๆ พลางมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย

“เธอนี่ไม่คิดจะท้วงติงอะไรบ้างหรือไง”

ฟ้าใสทำหน้างุนงง

“ท้วงเรื่องอะไรคะ”

“ก็เสื้อผ้าเธอไง มีให้เปลี่ยนหรือไง”

หญิงสาวก้มมองเสื้อผ้าตัวเอง ก่อนเม้มริมฝีปากแล้วพยักหน้าช้า ๆ

“ค่ะ...หนูไม่มีชุดเปลี่ยน”

“เออ ก็แค่นั้น”

กระทิงถอนหายใจเหมือนเรื่องนี้ไม่น่าจะต้องคิดอะไรให้ยุ่งยาก

“เดี๋ยวฉันจะให้ป้าพุ่มเอาเสื้อผ้ามาให้ใส่พลาง ๆ ก่อน”

ฟ้าใสพยักหน้ารับ แต่พอเขาพูดถึงเสื้อผ้า เธอก็อดคิดไม่ได้

เสื้อใครกัน...ในเมื่อบ้านนี้ไม่มีผู้หญิงคนอื่น หรือว่าจะเป็นเสื้อผ้าของป้าพุ่ม?

“ได้ยินหรือยัง”

เสียงของกระทิงทำให้ฟ้าใสหลุดจากความคิด

“อะ...อ้อ ได้ยินแล้วค่ะ”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วเมื่อเห็นเธอยังยืนอยู่ที่เดิม

“แล้วยืนบื้ออยู่ทำไม ก็เข้าห้อง ปิดประตูไปสิ”

“ค่ะ”

เมื่อถูกไล่ ฟ้าใสก็รีบถอยกลับเข้าไปในห้อง ก่อนปิดประตูลงเบา ๆ

กระทิงมองประตูที่ปิดสนิทอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินเลี่ยงออกมา

จังหวะเดียวกันนั้น ป้าพุ่มที่พักอยู่ด้านหลังบ้านได้ยินเสียงรถ จึงเดินออกมาดูตามปกติ เพราะคิดว่ากระทิงคงเพิ่งกลับมาถึงบ้าน

“อ้าว คุณกระทิง”

หญิงสูงวัยเอ่ยทัก ก่อนชะงักเมื่อเห็นว่าเขายืนอยู่หน้าห้องรับรอง

“ป้าเหมือนได้ยินเสียงคนคุยกัน...” ป้าพุ่มมองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นใคร จึงหันกลับมาถามอย่างสงสัย “หรือป้าหูฟาดไปเองคะ”

“ไม่ฟาดหรอกครับ...” กระทิงตอบพลางชี้ไปทางห้องรับรอง “ป้าช่วยไปหยิบเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นของผมในห้องมาสักสองสามชุดนะ แล้วก็เอาผ้าขนหนูมาด้วย”

“จะเอาไปไหนคะคุณกระทิง”

“เอาให้...คนในห้องน่ะครับ”

เขาตอบพลางเหลือบมองประตูห้อง

ป้าพุ่มมองตาม ก่อนดวงตาจะเป็นประกายขึ้นมาอย่างเข้าใจไปเอง

“คน? อ้อ...เพื่อนใช่ไหมคะ”

“เอ่อ...ครับ”

กระทิงตอบสั้น ๆ เพราะไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี ก่อนเดินเลี่ยงขึ้นชั้นบน

ส่วนป้าพุ่มยังยืนมองตามด้วยความสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ รีบเดินไปหยิบเสื้อผ้าตามที่เจ้านายสั่ง

ไม่นานนัก ป้าพุ่มก็กลับมาพร้อมเสื้อยืดตัวโคร่ง กางเกงขาสั้นลำลองสามชุด และผ้าขนหนูที่เตรียมไว้สำรอง

หญิงสูงวัยเดินมาเคาะประตูห้องรับรองสองครั้ง ก่อนเปิดประตูเข้าไป

“นี่ค่ะ... ว้าย! ตาเถร!”

ป้าพุ่มอุทานลั่นทันทีที่เห็นคนบนเตียง เสื้อผ้าในมือแทบหลุดร่วงลงพื้น

ฟ้าใสเองก็สะดุ้งสุดตัว รีบลุกขึ้นยืนตัวตรง

สองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ป้าพุ่มกวาดตามองเด็กสาวที่นั่งอยู่บนเตียง ก่อนลดสายตามองเสื้อผ้าผู้ชายไซส์ใหญ่ในมือ แล้วหันกลับไปมองฟ้าใสอีกครั้ง

ผู้หญิง!

ตลอดหลายปีที่ทำงานอยู่ที่นี่ คุณกระทิงไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้าบ้านมาก่อนเลยสักคน

“พะ...เพื่อนคุณกระทิงเหรอคะ”

ป้าพุ่มถามน้ำเสียงไม่แน่ใจ เพราะก่อนหน้านี้เข้าใจคำว่าเพื่อน คิดว่าเป็นผู้ชาย แต่คนที่นั่งอยู่ตรงหน้ากลับเป็นเด็กสาวร่างบาง แถมเสื้อผ้าของเจ้านายที่อยู่ในมือก็ดูใหญ่เกินตัวเธอไปหลายเท่า

ฟ้าใสรีบยกมือไหว้

“ค่ะ สวัสดีค่ะ หนูชื่อฟ้าใสนะคะ...ป้าพุ่มใช่ไหมคะ”

พอได้ยินชื่อของตัวเอง ป้าพุ่มก็คลายสีหน้าตกใจลงเล็กน้อย

“ใช่จ้ะ ป้าพุ่มเอง”

หญิงสูงวัยยิ้มให้ ก่อนอดถามไม่ได้

“ว่าแต่หนู...เป็นเพื่อนคุณกระทิงจริง ๆ เหรอคะ”

ฟ้าใสรีบส่ายหน้า “หนูไม่ใช่เพื่อนคุณกะ...กระทิงหรอกค่ะ”

เธอตอบเสียงอ้อมแอ้ม เพราะยังไม่รู้จะอธิบายสถานะของตัวเองอย่างไรดี เพราะสำหรับเธอแล้ว กระทิงเป็นเพียงผู้ชายที่เพิ่งเจอกันไม่กี่ชั่วโมง แต่กลับเป็นคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยในวันที่ชีวิตของเธอไม่มีใครให้เป็นที่พึ่ง

ป้าพุ่มมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนจะเห็นสีหน้าลำบากใจ จึงไม่ได้ซักต่อ

“เอาเถอะจ้ะ ไม่เป็นเพื่อนก็ไม่เป็นไร”

ป้าพุ่มวางเสื้อผ้าลงบนเก้าอี้ใกล้ ๆ ก่อนถามด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง

“แล้วนี่กินอะไรมาหรือยัง”

ฟ้าใสพยักหน้าทันที

“เรียบร้อยแล้วค่ะ”

“จ้ะ งั้นถ้ามีอะไรก็เรียกป้าได้ ป้าพักอยู่ห้องด้านหลัง เดินออกจากประตูหลังห้องครัวไปก็เจอ”

“ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

ฟ้าใสยกมือไหว้อีกครั้ง

ป้าพุ่มยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู ก่อนเดินออกจากห้องแล้วปิดประตูให้

ทันทีที่อยู่คนเดียว ฟ้าใสก็มองเสื้อผ้าที่วางอยู่ตรงหน้า

เสื้อยืดของกระทิงตัวใหญ่จนเธอแทบจะจินตนาการไม่ออกว่าตัวเองจะใส่แล้วเป็นอย่างไร แต่สุดท้ายก็ไม่มีทางเลือกอื่น คืนนี้เธอจึงได้แต่อาศัยเสื้อผ้าของเจ้าของบ้านไปก่อน...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป